
|

.gif) |
 |
เทคโนโลยีปทุมวัน เลื่อนฐานะเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว
|
|
ส่งมอบสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาอย่างเป็นทางการแล้ว เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ฝากอย่าเปลี่ยนแนวทางการผลิตบัณฑิต ด้านรองเลขาธิการ สกอ.เผยส่งมอบรายงานทรัพย์สินของสถาบันราชภัฏให้ผู้บริหาร คาดกฎหมายมหาวิทยาลัยราชภัฏมีผลบังคับใช้ปลายปีนี้
ดร.พยุงศักดิ์ จันทรสุรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวภายหลังการลงนามในหนังสือส่งมอบกิจการ และทรัพย์สินของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ.โดยมี ศ.ดร.วรเดช จันทรศร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ดร.พลสัณฑ์ โพธิ์ศรีทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ รศ.ดร.สุธี อักษรกิตต์ อธิการสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ร่วมลงนาม
รู้สึกเสียดายที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันต้องย้ายไปอยู่ สกอ.แต่ดีใจที่ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการเหมือนกัน รวมทั้ง ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ทั้งนี้ ตนอยากฝากว่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันไม่ควรแปลงแนวทาง แต่ควรจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบที่ทำมาตลอด เพราะที่ผ่านมาพบว่าสถาบันเทคโนโลยีทั้งหลายเมื่อเป็นมหาวิทยาลัยจะมีรูปแบบการเรียนการสอนต่างไปจากเดิม รศ.ดร.สุธี กล่าวว่า
ปัจจุบัน สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน จัดการเรียนการสอน 3 คณะด้วยกันคือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีนักศึกษารวมกันทั้งสิ้น 1,440 คน มี 2 วิทยาเขต คือ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พระราม 1 ปทุมวัน และ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รามอินทรา มีนบุรี
ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลื่อนฐานะของสถาบันราชภัฏนั้น ดร.พลสัณฑ์กล่าวว่า ได้มอบรายงานการทำงาน และทรัพย์สินของสถาบันราชภัฏ 41 แห่งให้ สกอ.แต่ได้รับมอบจากเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้ดูแลต่อ เวลานี้ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระ 1 แล้ว คาดว่าจะผ่านวาระ 2 และ 3 ในการประชุมสภาสมัยนี้ ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาใน 60 วัน และมีผลบังคับในปลายปีนี้
ด้าน ศ.ดร.วรเดชเพิ่มเติมว่า จะสนับสนุนสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันด้านงบประมาณ ความก้าวหน้าของบุคลากร มาตรฐานวิชาชีพ และการต่างประเทศ โดยจะให้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ส่วนสถาบันราชภัฏซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของชุมชน จะเป็นตัวอย่างให้มหาวิทยาลัยเปิดกับชุมชนมากขึ้น
|
|