แนะนำเพื่อนใหม่ :: เพื่อนๆมาแนะนำตัวใหม่ทุกวันจ้ะ
Google Earth

ความสามารถของโปรแกรม
เพื่อนๆ สามารถดูแผนที่ได้ทุกมุมโลก ประหนึ่งว่าเราเป็นผู้ควบคุมและขับเคลื่อนดาวเทียมเสียเอง ประโยชน์โดยตรงที่จะได้รับก็คือได้ความรู้ทางภูมิศาสตร์ , เป็นข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวเดินทาง , การจราจร หรือ ที่พัก เป็นต้น
คำแนะนำ
- คอมพิวเตอร์ Notebook รุ่นเก่า (หลัง 4 ปีก่อน) อาจใช้งานไม่ได้ครับ
- คอมพิวเตอร์ PC รุ่นเก่า (หลัง 2 ปีก่อน) อาจใช้งานไม่ได้ครับ
สเปคคอมพิวเตอร์ที่ใช้
สเปคต่ำสุดที่รองรับ
- ระบบปฏิบัติการ Windows 2000, Windows XP
- CPU speed: Intel Pentium III 500 MHz
- System memory (RAM): 128MB
- 200MB hard-disk space
- การ์ดแสดงผลแบบ 3D : 3D-capable video card with 16MB VRAM
- 1024x768, 32-bit true color screen
- อินเทอร์เน็ตที่ใช้ควรมี speed: 128 kbps ("Broadband/Cable Internet")
สเปคที่แนะนำ
- - ระบบปฏิบัติการ Windows XP
- - CPU speed: Intel? Pentium? P4 2.4GHz+ หรือ AMD 2400xp+
- - System memory (RAM): 512MB
- - 2GB hard-disk space
- - การ์ดแสดงผลแบบ 3D : 3D-capable video card with 32MB VRAM or greater
- - 1280x1024, 32-bit true color screen
- - อินเทอร์เน็ตที่ใช้ควรมี speed: 128 kbps ("Broadband/Cable Internet")
ข้อมูลเพิ่มเติม
การ์ดแสดงผลแบบ 3D มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้งาน Google Earth มาดูกันครับว่ามีการ์ดแสดงผลแบบ 3D ยี่ห้อไหนรุ่นไหนที่สนับสนุนบ้าง ยี่ห้อการ์ดแสดงผลแบบ 3D ที่สนับสนุนมีดังนี้ครับ
- NVIDIA
- ATI*
- 3D Labs
- Intel**
- Matrox
- S3
หมายเหตุ
* มีการ์ดแสดงผลแบบ 3D ยี่ห้อ ATI บางรุ่นไม่สนับสนุน Google Earth ได้แก่ ATI Rage Mobility, ATI Xpert, ATI 3D Rage.
** สำหรับผู้ใช้การ์ดแสดงผลแบบ 3D ยี่ห้อ Intel สามารถที่จะใช้ Google Earth ในการประมวลผล 3D แบบ OpenGL ได้ แต่แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลแบบ DirectX จะดีกว่าครับ ( คลิกปุ่ม Start > Programs > Google Earth > Start Google Earth in DirectX ).
สำหรับผู้ที่ใช้การ์ดแสดงผลแบบ 3D ยี่ห้อ Matrox แนนำให้ใช้ Google Earth ในแบบ OpenGL ส่วนผู้ใช้ยี่ห้อ S3 ให้ใช้แบบ DirectX ครับ
ผู้งานสามารถตรวจเช็คยี่ห้อและรุ่นของการ์ดแสดงผลแบบ 3D ได้โดย
- เข้าไปยัง Control Panel > ดับเบิ้ลคลิกไปยังไอคอน System
- คลิกแท็บ Hardware > คลิกปุ่ม Device Manager
- ใน Display adapters ก็จะบ่งบอกยี่ห้อและรุ่นอย่างชัดเจนครับ

ดาวน์โหลด
>> ดาวน์โหลดโปรแกรม Google Earth คลิกที่นี่ <<
การติดตั้ง
เมื่อผู้ใช้งานได้ทำการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งมาเรียบร้อยแล้วก็ให้ทำการดับเบิ้ลคลิก ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการติดตั้งโปรแกรม ผู้ใช้งานเพียงแต่ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย (คลิก next ไปเรื่อยๆ) จนจบ
การเรียกใช้งานผู้ใช้งานเพียงแต่ดับเบิ้ลคลิกไปยังไอคอน Google Earth ดังรูป

และนี่ก็คือหน้าตาของโปรแกรม Google Earth

ส่วนหลักๆ ที่จำเป็นต้องมีการเรียกใช้งานบ่อยครั้งมีด้วยกันทั้งหมด 4 ส่วนคือ
1. ส่วนค้นหา ( Search Panel)
ผู้ใช้งานสามารถค้นหาพื้นที่ต้องการได้ด้วยการพิมพ์ คำหรือวลี ของสถานที่นั้นๆ ด้วยภาษาอังกฤษ เช่น Bangkok , New York , London จากนั้นกดปุ่ม Enter โปรแกรม Google Earth ก็จะมุ่งตรงไปยังตำแหน่งของแผนที่ที่ต้องการทันทีครับ
2. รายการสถานที่หลักๆ หรือสถานที่ที่ได้ปักหมุดไว้ ( Place Panel )
เราสามารถทำเครื่องหมายโดยการปักหมุดในทุกตำแหน่งของแผนที่เพื่อช่วยในการจดจำได้ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวจะแสดงรายการไว้ที่นี่ทั้งหมดครับ
3. ตำแหน่งหรือสถานที่ที่ให้บริการ ( Layer Panel )
อย่างที่เรียนให้ทราบในตอนต้นว่าวัตถุประสงค์หลักของ Google Earth ที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือการให้บริการข้อมูลด้านสถานที่ให้แก่นักท่องเที่ยว , นักเดินทางหรือ นักธุรกิจที่ต้องมีการติดต่อค้าขายต่างถิ่น Layer Panel จะช่วยอำนวยความสะดวกโดยการบอกตำแหน่งสถานที่ที่ให้บริการต่างๆ เหล่านั้นครับ ปัจจุบันการใช้งานใน Panel นี้จะใช้งานได้ดีกับแผนที่ในประเทศ America และ Canada
4. เครืองมือควบคุมการทำงาน (Tool Panel)
เป็นส่วนสำคัญที่ผู้ใช้ Google Earth ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะที่สุดครับ เพราะเป็นส่วนที่ใช้ในการควมคุมการดูแผนที่ ( View ) โดยผู้ใช้สามารถขยายภาพ , เปลี่ยนแหน่งมุมมองในแบบ 3D, การสั่งพิมพ์ หรือการส่งแผนที่แนบไปกับอีเมล์ให้เพื่อน เป็นต้น
5. ส่วนแสดงแผนที่ ( View Panel )
เป็นส่วนที่มีไว้ดูแผนที่ครับ ตรงนี้ผู้ใช้สามารถซูมย่อขยายภาพถ่ายแผนที่ได้ด้วยการใช้ Scroll หรือจะคลิกเมาส์ขวาแล้วเลื่อนขึ้นลงก็ได้ ผู้ใช้ยังสามารถเลื่อนภาพได้ด้วยการคลิกเมาส์ซ้ายค้างแล้วลาก (Drag & Drop) อีกด้วย
การใช้งานหลักๆ ของ Google Earth
1. การค้นหาตำแหน่งในแผนที่ด้วยการ Search
วิธีง่ายๆ ที่ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งสถานที่ในแผนที่โลกผ่าน Google Earth ได้อย่างรวดเร็วก็คือ การ Search นั่งเองครับ ผู้ใช้เพียงพิมพ์คำหรือวลี ของชื่อหัวเมืองหรือประเทศ นั้นๆแล้วกด Enter เราก็จะเข้าถึงสถานที่ดังกล่าวได้ทันที แนะนำเพิ่มเติมครับว่าผู้ใช้ควรใช้คำหรือวลีที่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ

ความชัดของแผนที่ในแต่ตำแหน่งนั้นไม่เท่ากันครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญของหัวเมืองหรือประเทศนั้นๆ เช่น ในกรุงเทพฯ ก็ย่อมที่จะชัดกว่าต่างจังหวัด ทว่ากรุงเทพฯ กลับไม่ชัดเท่า New York ครับ ระดับขีดสุดของความชัดดูได้จากการ Streaming ซึ่งแสดงสถานะการโหลดไฟล์แผนที่ ครบ 100 % เมื่อไร นั่นคือชัดที่สุดแล้วครับ

2. การปักหมุดบอกตำแหน่งในแผนที่
การปักหมุดหรือ Placemark มีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ใช้ครับ เพราะนี่คือการทำเครื่องหมายกำกับสถานที่ที่เราเคยไป หรือต้องการบอกตำแหน่งในแผนที่ สำหรับเตือนความจำตัวเองหรือแม้แต่เป็นการบอกต่อให้กับเพื่อนทราบว่าที่นี่คืออะไร
เมื่อต้องการกำกับตำแหน่งในแผนที่ ผู้ใช้เพียงแต่กดปุ่ม Crtl + N หรือคลิกที่ปุ่มหมุดดังรูปก็ได้ครับ

อย่าลืมพิมพ์ชื่อสถานที่ครับ ตรงนี้ผู้ใช้จะพิมพ์ภาษาไทยก็ได้ครับ แต่จะมีปัญหาเรื่องสระลอยนิดหน่อย ซึ่งในโอกาสหน้าจะแนะนำวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวในบทความเรื่องถัดๆ ไปครับ

3. รายการแผนที่ที่เคยปักหมุด
บริเวณ Place Panel คือรายการแผนที่ที่เราเคยปักหมุดทั้งไฟล์แผนที่ของเราเองหรือไฟล์แผนที่ของคนอื่นที่ส่งมาให้ดู ซึ่งจะถูกรวบรวมไว้ที่นี่ครับ เราเพียงแต่ดับคลิกไปยังชื่อหมุดก็จะแสดงแผนที่ให้ดูชมได้ทันทีครับ

4. การใช้เครื่องมือดูแผนที่

เครื่องมือด้านล่างของ Google Earth ตรงนี้ผู้ใช้จำเป็นต้องมีการใช้งานบ่อยๆ ครับ การใช้งานค่อนข้างง่าย แนะนำว่าให้ผู้ใช้คลิกดูเล่นๆ เพื่อทำความคุ้นเคยครับ คลิกผิดก็ไม่เป็นไรเพราะไม่มีผลเสียใดๆ ทั้งสิ้นครับ
- ส่วน A ตรงนี้เป็นการหาตำแหน่งสถานที่ที่มีการบริการดังต่อไปนี้ครับ Lodging ( โรงแรม , ที่อยู่อาศัย หรือเคหะสถาน ) Roads ( ชื่อถนน ) Terrain (มุมมองทางภูมิศาตร์ ซึ่งก็คือภูเขาที่สามารถมองในแบบ 3D ได้ ) Dining ( ร้านอาหารหรือสวนอาหาร ) Border ( เป็นการตีเส้นเพื่อบอกเขตประเทศ ) Building (ตึกที่สามารถดูในแบบ 3D ได้(เฉพาะใน 35 หัวเมืองของอเมริกา)) บริการทั้งหมดนี้แม้จะยังไม่มีแนะนำในประเทศไทย แต่ก็เริ่มต้นได้ดีมากๆ ในอเมริกาครับ
- ส่วน B ส่วนนี้แหละครับที่เราต้องใช้บ่อยๆ แน่นอน อย่าลืมคลิกดูนะครับ การใช้งานในส่วนนี้ผู้ใช้ยังสามารถควบด้วยการคลิกเมาส์ได้อีกด้วยครับ เช่น เราสามารถซูมย่อขยายภาพถ่ายแผนที่ได้ด้วยการใช้ Mouse Scroll หรือจะคลิกเมาส์ขวาแล้วเลื่อนขึ้นลงก็ได้ ผู้ใช้ยังสามารถเลื่อนภาพได้ด้วยการคลิกเมาส์ซ้ายค้างแล้วลาก (Drag & Drop) อีกด้วยนะครับ
- ส่วน C เป็นการปักหมุด การสั่งพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ และแนบไฟล์แผนที่(ได้ทั้งไฟล์สกุล kmz หรือไฟล์รูปภาพ Jpeg )
5. แปลงแผนที่ให้เป็นไฟล์รูปภาพ
เราสามารถแปลงไฟล์แผนที่ใน Google Earth ให้เป็นไฟล์รูปภาพที่มีนามสกุล .jpg ได้อีกด้วยครับ เผื่อน้องๆ บางคนจะได้นำไปแปะไว้ในรายงานส่งอาจารย์ครับ

6. การบันทึกไฟล์แผนที่จาก Google Earth
เพื่อเป็นการเผยแพร่แผนที่ของเราให้กับเพื่อนๆ ที่ใช้ Google Earth เหมือนกับเรา การบันทึกไฟล์จาก Google Earth จึงจำเป็นมากๆครับ เนื่องจากเพื่อนสามารถเอาแผนที่ของเราไปแก้ไข เช่น นำไปทำการปักหมุดบอกสถานที่เพิ่มเติมได้อีกด้วยครับ

เรียบเรียงโดย
oRaNgE sMaLL FiSh
|