|
|  |
|
ถาม-ตอบ รอบรู้เกี่ยวกับ blog
 |
 |
 |
 |
 |
น้องๆส่งเมล์มาถามเรื่อง blog กันมาก บางคนก็ว่าอาจารย์ให้มาทำรายงานเรื่องนี้ อยากได้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อไปเสนอรายงานกับเพื่อนๆในชั้นเรียน
ทางทีมงาน Kapook.com จึงจัดให้ นะคร้าบบบ เรามาอ่านกันดูว่า blog คืออะไร มีที่มาที่ไปยังไงหนอ
เราอ้างอิงเว็บภาษาปะกิดอยู่เยอะหน่อย เพราะจะได้เอาไปให้อาจารย์ดูได้ว่า อันนี้มีที่มาที่ไปจริงๆ
เดี๋ยวจะว่า พี่ๆที่ Kapook มั่วนั่งเทียนเขียนหลอกเด็ก ม่ะช่ายน่ะคร้าบบบ.... ว่าแล้วก็ไปอ่านกันเต๊อะ
|
 |
ถาม : Blog คือ อะไร ?
|
ตอบ : ความหมายที่อ้างอิงจาก www.webopedia.com เขียนไว้ว่า |
Blog (n.) Short for Web log, a blog is a Web page that serves as a publicly accessible personal journal for an individual. Typically updated daily, blogs often reflect the personality of the author.
แปลได้ว่า : Blog ย่อมาจาก "Weblog" โดยตัดตัว "We" ด้านหน้าออกไป และหมายถึงหน้าเว็บที่ใครๆก็เข้าไปอ่านเรื่องที่คนเขียนเรื่องต่างๆเอาไว้ได้ของแต่ละคน โดยมากก็จะอัพเดตกันได้ทุกวัน และ blog มักจะสะท้อนบุคลิกส่วนตัวของเจ้าของ blog
|
|
ถาม :ใครเป็นคนคิดว่าว่า Blog เป็นคนแรกของโลก ?
|
ตอบ : คำว่า "Weblog" ถูกใช้เป็นครั้งแรกโดย Jorn Barger ในเดือนธันวาคม ปี 1997. ต่อมามีฝรั่งที่ชอบเรียกสั้นๆ ชื่อนาย Peter Merholz จับมาเรียกย่อเหลือแต่"blog" แทนในเดือนเมษายนปีคศ. 1999 และจนมาถึงวันที่ 13 มีนาคม คศ.2003 ทาง Oxford English Dictionary จึงได้บรรจุคำว่า blog ในพจนานุกรม แสดงว่าได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ
ซึ่งในปี คศ. 2004 นี้เองที่ทาง Kapook.com เป็นเว็บแรกที่เลือกนำเอา blog มาให้เพื่อนๆคนไทยได้ใช้งานกันเป็นที่แรกในประเทศไทยครับ โดยเราแจ้งสมาชิกว่า blog นี้มีอิสระใครอยากเขียนเรื่องอะไรก็ได้ |
ถาม : หมายความว่า blog จะเขียนเรื่องอะไรก็ได้ใช่หรือไม่ ?
|
ตอบ : ถูกต้องคร้าบ... blog ให้อิสระในการเขียนเรื่องอะไรก็ได้ตามใจเรา และโดยที่มันสะท้อนบุคลิกของคนเขียน ถ้าคนไหนเป็นคนตลกๆ ก็จะเขียนออกมาได้สนุกสนาน น่าอ่าน, ใครชอบเล่าเรื่องส่วนตัวก็ทำได้, ใครชอบเลี้ยงสุนัขจะเล่าเรื่องน้องหมาของตัวเองทุกวันเลยก็ยังได้ หรือคนไหนวิชาการหน่อยจะเขียนออกแนวซีเรียสก็ไม่มีใครว่ากัน
เช่นในปี 2001 มีการฮิตเขียน blog เรื่องสงครามในอิรักกันมาก เกิด War blogger ขึ้นหลายคน เขียน blog จากในสนามรบมีจรวดบินผ่านหัวเลยก็มีครับ จะเห็นได้ว่า blog มีจุดเด่นที่ แต่ละคนเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ มีอิสระกันได้มาก สนุกสนาน ไม่เป็นทางการก็ยังได้ แต่ต้องไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครนะครับ
|
ถาม : แล้ว Blog ต่างจากไดอะรี่อย่างไร ?
|
ตอบ : จากคำนิยามของ Wikipedia.org ได้เขียนไว้ว่า Diary ก็คือ Blog แบบส่วนตัวอย่างหนึ่ง ที่เจ้าของเลือกเขียนเรื่องส่วนตัวเป็นหลักว่าวันนี้ไปทำอะไร รู้สึกยังไงบ้าง ดูจากที่เขาเขียนนะครับ
|
Types of weblogs : Personal
http://en.wikipedia.org/wiki/Weblog
Often, the word blog is used to describe an online diary or journal, such as LiveJournal. The weblog format of an online diary makes it possible for users without much experience to create, format, and post entries with ease. People write their day-to-day experiences, complaints, poems, prose, illicit thoughts and more, often allowing others to contribute, fulfilling to a certain extent Tim Berners-Lee's original view of the World Wide Web as a collaborative medium. In 2001, mainstream awareness of online diaries began to increase dramatically.
ก็จะเห็นได้ว่า ไดอะรี่นั้น คือ blog ชนิดหนึ่งนั่นเอง แต่ blog มีความหมายกว้างกว่าไดอะรี่ เพราะใช้เขียนเรื่องราวได้หลากหลายกว่าน่ะครับ
|
|
ถาม : งั้น Kapook.com หมายความว่า Blog มีความสามารถในการใช้งานที่ดีกว่าหรือมากกว่า Diary หรือ Webboard ใช่ หรือไม่ ?
|
ตอบ :เราไม่เคยพูดแบบนั้นเลยครับ ทาง Kapook.com เรียกตัวเองว่าเป็น Blog เพราะ Concept ของเราเป็นแบบนี้จริงๆ คือ ต้องการให้สมาชิกได้เขียนเรื่องราวต่างๆที่ตัวเองสนใจได้อย่างอิสระไม่จำเป็นต้องเขียนแบบไดอะรี่อย่างเดียว
เพราะเมื่อเขียนแล้วก็มีหมวดให้เลือกหลายหมวดว่าวันนี้เขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร เช่น ท่องเที่ยว,ความรัก, และอื่นๆอีกมาก แต่ถ้าใครจะเขียนเรื่องของตัวเองก็ได้สบายๆครับ ก็แค่เนื้อหาสามารถหลากหลายได้น่ะครับ
ไม่ได้แปลว่าดีกว่า หรือมีความสามารถมากกว่าแต่อย่างใด ตั้งแต่ตอนที่เราตั้ง blog ขึ้นมาเราเคารพในความเป็นไดอะรี่ออนไลน์ทุกที่ เราแค่ต้องการสร้างอะไรที่มี Concept ที่แตกต่างออกไปน่ะครับ ไม่อยากลอกใครครับ
ขอย้ำครับ Kapook.com ไม่เคยประกาศว่า blog ดีกว่า diary หรือ webboard เลย ที่ผ่านมาเราเคารพในความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างเว็บไดอะรี่และเว็บบอร์ดมาโดยตลอดว่า เป็นผู้ที่สร้างสิ่งดีๆ ให้เพื่อนคนไทยได้ใช้กัน และมีความอบอุ่นในโลกออนไลน์
เพียงแต่พอทาง Kapook ต้องการบริการสมาชิกบ้าง เราก็เลือกเดินเส้นทางที่แตกต่างออกไป โดยไม่เคยได้ลบหลู่หรือกล่าวโจมตีเว็บไดอะรี่หรือเว็บบอร์ดเลยสักนิดครับ ด้วยความเคารพจากใจจริง
|
ถาม : แล้วรูปแบบหน้าตา ของ blog ล่ะ มีรูปแบบตายตัวหรือไม่ ?
|
ตอบ : รูปแบบของ blog นั้นหลากหลาย ไม่ตายตัว ไม่จำเป็นว่าจะต้องหน้าตาเหมือนๆกัน แต่โดยมากจะมีรูปแบบคล้ายกันตามนิยามของ Wikipedia ดังนี้
|
The format of weblogs varies, from simple bullet lists of hyperlinks, to article summaries with user-provided comments and ratings. Individual weblog entries are almost always date and time-stamped, with the newest post at the top of the page. Because links are so important to weblogs, most blogs have a way of archiving older entries and generating a static address for individual entries; this static link is referred to as a permalink.
รูปแบบของ blog นั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่เป็นหัวข้อลิงค์ง่ายๆไปจนถึงการรวมเรื่องที่มีการให้คนอื่นที่มาดู blog เขียนคอมเม้นท์ไว้ได้ หรือโหวตให้คะแนนได้ blog มักจะลงวันที่และเวลาที่เขียนไว้ด้วย และรายการที่โพสล่าสุดมักจะอยู่ข้างบน เนื่องจากลิงค์เป็นเรื่องสำคัญมากของ blog โดยมาก blog ต่างๆจึงต้องทำลิงค์ให้ไปอ่านเรื่องเก่าๆได้ง่ายและชื่อเว็บที่เรียกเข้า blog แต่ละคนก็จะเขียนแบบง่ายๆด้วยครับ
สรุปว่า รูปแบบของ blog ไม่ตายตัวนะครับ ไม่ใช่ว่าต้องหน้าตาแบบ blogger.com เป๊ะๆถึงจะเรียกว่า blog ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ
|
|
ถาม : ข้อมูลที่ใส่ใน blog ใส่ได้แต่ตัวอักษรหรือไม่ ?
|
ตอบ : อย่างที่บอกครับว่า blog มีอิสระมาก หลายๆ blog จึงใส่ได้มากกว่าตัวหนังสือเช่น รูปภาพ จากกล้องดิจิตอลและกล้องมือถือ มีคนเขียน blog หลายคนนิยมถ่ายรูปมาลงใน blog ของตัวเอง
และนอกจากนี้ ถ้าใครจะใส่ไฟล์พวก flash ไม่ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหว หรือ เสียงเพลง หรือทั้งคู่! ก็ได้สบายมาก ลองไปค้นคำว่า music blog ใน www.google.com สิครับ มีตรึมเลยไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ไร้ข้อจำกัดครับ !
|
ถาม :แล้วเนื้อหาใน blog จำเป็นต้องเน้นข้อเท็จจริงหรือไม่ ?
|
ตอบ : ตรงกันข้ามเลยครับ หัวใจของ blog คือการเขียนแบบที่ฝรั่งเขาเรียกว่า "casual" คือ เขียนสบายๆเหมือนเพื่อเล่าให้ฟัง (ตรงข้ามกับคำว่า "formal" โดยสิ้นเชิง) เนื้อหาใน blog ส่วนมากจะเป็น "ข้อคิดเห็น" และ "ความรู้สึก" ของเจ้าของ blog มากกว่าที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่หนักอึ้งและซีเรียส
ทาง Kapook.com ใช้เวลาศึกษาเรื่อง blog มากกว่า 1 ปีจากตำราและเว็บข้อมูลต่างๆ ก่อนนำมาเปิดให้บริการ เรามีความชัดเจนตรงนี้มากครับ! จึงขอแจ้งให้เพื่อนๆหรือน้องๆที่อาจได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้ทำรายงานเรื่อง blog นี้ จะได้รับข้อมูล ที่ถูกต้องไป เพื่อเผยแพร่กันต่อๆไป หากเรามีรายละเอียดหรือข่าวสารใหม่ๆ ทีมงานจะนำมาเสนอให้รู้กันอีกเรื่อยๆเลย โปรดติดตามนะครับ
|
|
|