:: ไปหน้าแรกกระปุก ::
Bookmark this page Print this page Contact us Help!!

.: สารบัญกระปุก :.

กระปุกดูหนัง
กระปุกฟังเพลง
กระปุกละคร/ทีวี
กระปุกท่องเที่ยว
กระปุกวาไรตี้
กระปุกกีฬา
กระปุกการศึกษา
กระปุกเทคโนโลยี
กระปุกเกมส์โซน
กระปุกไลฟ์สไตล์
กระปุกรถยนต์
กระปุกใต้ดิน

.: กระปุกโซนฮิต :.

Music Station
เวบไทยยอดฮิต
Download
KapookLook
กิจกรรมกระปุก


• ยานรกพันธุ์ใหม่สารพิษไวน ์มรณะ

เหตุการณ์ยังพลิกกลับไปกลับมาหลัง"ผบก.ทท."ยันสารที่พบในขวดไวน์มรณะเป็นสารเคมีที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป แต่มีพ่อค้าหัวใสดัดแปลงเป็นยาเสพติดรูปแบบใหม่ชื่อว่า"เรพ ดรัก"กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ชาวยุโรปและอเมริกันมีการค้าขายข้ามประเทศ

โดยพ่อค้าจะเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ไปเรื่อย เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ไม่น่าเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายแต่อย่างใด ด้าน "ผู้การชลบุรี" สั่งการให้ ตร.พื้นที่ไล่ล่าตัว 2 ชาวต่างชาติ "อิริค" ชาวรัสเซีย และ "แกรี่" ไม่ทราบสัญชาติ ต้นตอเหตุการณ์ทั้งมวลโดยด่วน หลังทราบข้อมูลจากกองปราบฯ ว่าเป็นผู้ส่งออกไวน์ ไปยังเมืองต่าง ๆ ของอเมริกาถึง 12 ครั้ง ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ถูกแจ้งข้อหาหนักเพิ่มอีก 1 กระทง

ความคืบหน้ากรณี "ไวน์มรณะ" หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวนางสันทนา เตี้ยประเสริฐ อายุ 31 ปี เจ้าของกิจการรับส่งพัสดุภัณฑ์ "สันทนา โพสต์เทล" ใน จ.ชลบุรี อดีตภรรยานายนรเศรษฐ์ ตันทวิโรจน์ พนักงานขับรถโรงแรมสยามเบย์วิวที่ตกเป็นผู้ต้องหาในครั้งแรก มาสอบสวนจนทราบว่าต้นตอของไวน์ขาว ยี่ห้อลา ซองเต้ ซึ่งที่แท้เป็นสารพิษ "แกมมา-บิวธิโรแลคโทน" มาจากชายชาวต่างชาติ 2 คน และคนไทย 1 คน ที่นำไวน์ 13 ลัง ว่าจ้างให้ส่งไปประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ติดปัญหาบางประการจึงไม่สามารถจัดส่งได้ตามต้องการชายชาวต่างชาติจึงมอบไวน์ให้นางสันทนา 10 ขวด

เมื่อนำไปดื่มกับเพื่อนในครั้งแรกทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย แต่ไม่มีใครสงสัย คิดว่าผู้ตายเป็นโรคประจำตัว แต่นางสันทนาทราบดีว่าต้นเหตุมาจากไวน์ จึงนำไวน์ขวดที่เหลือมาให้นายนรเศรษฐ์ เพื่อนำไปทำลายทิ้ง แต่นายนรเศรษฐ์ กลับนำมาดื่มกินกับเพื่อนอีกครั้ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ล่าสุดตำรวจสันติบาลนำตัวนางสันทนามาเค้นสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะอาจมีส่วนเกี่ยว ข้องกับขบวนการอัล-เคดา และเจไอ ที่เปลี่ยนรูปแบบการก่อการร้ายจากการวางระเบิดมาเป็นการใช้สารพิษเพื่อทำลายล้างประเทศสหรัฐ อเมริกาและเครือข่ายพันธมิตร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10:30 น. วันที่ 2 ก.ค. พล.ต.ต. เสน่ห์ คำเที่ยง ผบก.ภ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ. สิทธิพร ศรีจันทร์ทับ รอง ผบก.ภ.ชลบุรี พ.ต.อ. กมลชัย เทียนรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.ต.พัทยา อ.บางละ มุง จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ศักดิ์ระพี เพรียวพานิชย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชัชวาลย์ พิสุทธิวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ภิรมย์ ปรียากร หน.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ สภ.ต.พัทยา ได้นำตัวอย่างถังบรรจุสารเคมี "แกมมา-บิวธิโรแลคโทน" ขนาด 200 ลิตร 3 ถัง ซึ่งตรวจยึดได้จากบริษัทอินเตอร์คาโก้ชิปปิ้ง จำกัด เลขที่ 148/101 หมู่ 9 ถนนสุขุมวิท ต.หนอง ปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มาตรวจสอบ พร้อมทั้งนำตัวนายนรเศรษฐ์ และนางสันทนามาสอบปากคำ เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม

พล.ต.ต.เสน่ห์ เปิดเผยว่าขณะนี้การนำเสนอข่าวเรื่องไวน์ค่อนข้างคลาดเคลื่อน เนื่องจากชี้ประเด็นไปในทางปัญหาของการก่อการร้ายซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวมีใช้อยู่ทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นสารที่ไม่ได้ ต้องห้าม เพียงแต่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท และเมื่อนำไปผสมกับสารเคมีบางอย่าง อาทิ ไฮโดรคาร์ บอน ก็อาจผลิตเป็นยาเสพติดได้เท่านั้น จึงไม่น่าจะเป็นการส่งออกเพื่อทำลายล้างหรือส่งผลต่อความมั่นคงแต่อย่างใด

และคงไม่ใช่การดิสเครดิตบริษัทไวน์เดิม เพียงแต่อาจต้องการใช้สารเคมีดังกล่าวส่งออกนอกประเทศเพื่อเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดบางประเภทเท่านั้น แต่เมื่อส่งออกไม่ได้จึงนำกลับไป และนำถังสารเคมีที่ตรวจพบไปฝากไว้ที่บริษัทแห่งหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดมาแล้ว นอกจากนี้ยังจะขยายผลไปตรวจสอบโรงงานผลิตสารเคมีที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ที่ทราบว่าน่าจะเป็นโรงงานในการนำเข้าสารเคมีดังกล่าว

พล.ต.ต.เสน่ห์ กล่าวต่อว่า ในส่วนที่มาของไวน์นั้น จากการสอบสวนนางสันทนา เจ้าของ บริษัทนำส่งพัสดุทราบว่า เมื่อประมาณเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติ 2 คน ทราบชื่อเพียงนายอิริค นายแกรี่ และชาวไทยอีก 1 คน ได้ขนสารเคมีบรรจุขวดไวน์ 13 ลัง มาให้บริษัท เพื่อจัดส่งไปยังต่างประเทศทางเครื่องบิน พร้อมจ่ายเงิน 40,000 บาทไว้เป็นค่าบริการ

หลังนำไวน์ไปบรรจุหีบห่อเป็นที่เรียบร้อยและกำลังนำส่งออก ปรากฏว่าสินค้าถูกตีกลับ โดยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าไวน์เหล่านี้เป็นสินค้าที่ไม่มีการรับรองและเสียภาษีอากรอย่างถูกต้อง จึงนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่บริษัท แล้วจึงแจ้งให้ชาวต่างชาติทั้ง 2 มารับกลับไป โดยได้เหลือไวน์ทิ้งไว้ 10 ขวด เนื่องจากยังไม่ได้บรรจุลงหีบห่อ ต่อมาได้นำไวน์แบ่งให้นายนรเศรษฐ์ 6 ขวด และนางสันทนาเก็บไว้ 4 ขวด และได้นำไปดื่มกินในงานวันเกิดเพื่อนจนมีผู้เสียชีวิต ส่วนนายนรเศรษฐ์ ก็นำไปแจกจ่ายให้กับเพื่อนพนักงานจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

พล.ต.ต.เสน่ห์ กล่าวด้วยว่า สารดังกล่าวไม่ได้เป็นสารควบคุมของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องติดตามมาให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับชายชาวรัสเซียที่มีการเสนอข่าวออกไปนั้น ความเป็นจริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ช่วงที่ ตร.สันติบาล นำตัวนางสันทนาไปสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ ตร. ในพื้นที่ได้ออกไปเฝ้าดูแลชาวต่างชาติที่อาจเข้าข่าย หากได้รับการประสานมาก็จะจับกุมทันที

แต่ผลปรากฏออกมาว่าไม่เกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน จึงไม่อยากให้นำเสนอเพราะอาจเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้ และจากการสอบปากคำนายนรเศรษฐ์และนางสันทนาอย่างละเอียดพบว่าไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงเกิดเหตุร้ายขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อตัวแทนของบริษัทผู้ผลิตไวน์ ได้แจ้งความร้องทุกข์ก็ต้องดำเนินคดีในข้อหาครอบครองสินค้าที่ปลอมแปลงเครื่องหมาย การค้า และเมื่อมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ต้องดำเนินคดีเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ นำสารพิษปนเปื้อนไปให้ผู้อื่นกินจนถึงแก่ชีวิตอีก 1 กระทงด้วย

"ส่วนขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนนั้น คงจะเน้นไปที่การติดตามชาวต่างชาติทั้ง 2 คน และคนไทยอีก 1 คนเป็นหลัก ขณะนี้ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องและพยานที่เห็นบุคคลทั้ง 3 มาสเกตช์ ภาพเพื่อติดตามตัวมาสอบสวนเป็นการด่วนแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อมูลและรายละเอียดส่วนตัวมากนัก ทราบแต่เพียงรูปพรรณสัณฐานเป็นหลัก แต่ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมถึงหน่วยงานข้างเคียงออกตรวจสอบและติดตามอย่างเร่งด่วนแล้ว" ผบก.ภ.ชลบุรี กล่าวในที่สุด

ทางด้าน พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น ผบก.ทท. เปิดเผยในเรื่องเดียวกันว่า ตนได้มอบหมายให้ ตร. ท่องเที่ยวเมืองพัทยา เข้าร่วมสืบสวนสอบสวนคดีนี้ด้วย ขณะนี้ได้คลี่คลายได้ในระดับหนึ่งแล้ว โดยประเด็นที่ว่านายนรเศรษฐ์ รับไวน์มาจากชาวต่างชาติโดยตรงนั้นไม่เป็นความจริง แต่รับมาจากนางสันทนาอีกทอดหนึ่ง และจากการพบแหล่งที่มาของไวน์ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับการก่อการร้าย แต่น่าจะเป็นขบวนการลักลอบนำสารเคมีต้องห้ามส่งออกไปต่างประเทศ โดยมีบริษัทสันทนา โพสต์เทล ของนางสันทนา เป็นตัวกลางในการ นำส่ง

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า สารเคมีดังกล่าว จะมีใช้เฉพาะวงการอุตสาหกรรม แต่มีพ่อค้าหัวใสดัดแปลงให้กลายเป็นยาเสพติดชนิดใหม่ นิยมเสพในหมู่ชาวต่างชาติ เช่น ยุโรป และ อเมริกา และเมื่อการค้าขายเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ผู้ค้าจึงต้องใช้วิธีเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ไปเรื่อย ๆ เพื่อ ตบตาเจ้าหน้าที่ เมื่อก่อนจะอยู่ในรูปขวดยาสระผม ครีมนวดผม หรือโรลออน ระยะหลังจึงเปลี่ยนมาบรรจุในขวดไวน์ พวกนี้มีความชำนาญในการบรรจุ อย่างแนบเนียน

ซึ่งตนได้มอบข้อมูลดังกล่าวให้ ตร. ท้องที่ดำเนินการแล้ว "เมื่อวานได้ตรวจพบสารเคมีดังกล่าวบรรจุอยู่ในถังขนาด 200 ลิตร ซุกซ่อนอยู่ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงยึดไว้ตรวจสอบแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในรูปแบบสารเคมีข้ามชาติ" ผบก.ทท. กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันชาวยุโรปและอเมริกาที่นิยมเสพยาเสพติด ได้นำสารเคมีดังกล่าวมาดัดแปลงสภาพให้เป็นยาเสพติดรูปแบบใหม่ ลักษณะเดียวกับเคตามีน หรือ "ยาเค" แต่มีราคาถูกกว่ามาก เวลาจะใช้ต้องนำมาเทใส่ในภาชนะสัณฐาณแบนราบ เช่น จาน ชาม แล้วนำเข้าเตาอบไมโครเวฟ จนตกผลึก แล้วนำมาบดละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะเสพด้วยการสูดดมเข้าจมูก โดยผู้เสพจะเกิดความเคลิบเคลิ้ม เซื่องซึม ใจหวิว หงุดหงิดง่าย มีอารมณ์ทางเพศรุนแรง และสามารถประกอบ กิจกรรมทางเพศได้ยาวนานกว่าปกติ

ที่เนติบัณฑิตยสภา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาไวน์ปลอมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และมีการขยายผลว่าเตรียมที่จะส่งไวน์ดังกล่าวไปยังประเทศสหรัฐ ว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นเพราะที่สหรัฐมีระบบตรวจสอบอย่างดี เรื่องที่เกิดขึ้นกำลังสอบสวนและสืบสวนกันอยู่ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าลืมว่าทุกประเทศมีการตรวจสอบระบบการนำเข้าอาหารการกินเป็นอย่างดี ไม่มีทางที่จะส่งเข้าไปได้แบบเรื่อยเปื่อย

เมื่อถามว่าจะตรวจสอบและดูแลแหล่งผลิตอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังสืบสวนอยู่ อย่าเพิ่งพูดหรือตัดสินใจอะไรเร็ว ๆ เดี๋ยวจะเสียต่อการสืบสวน เมื่อถามว่าจะถึงขั้นต้องไปสืบประวัติชาวต่างชาติที่สั่งไวน์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่ากำลังสืบกันอยู่ ด้าน พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร.กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ตร.สันติบาลรายงานว่าไวน์ปลอมที่ถูกลักลอบขนเข้ามานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด

ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากไวน์ที่เป็นภูมิปัญญาของไทย แต่อาจเป็นการกลั่นแกล้ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบหาหลักฐาน ทางกระทรวงฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจพบต้นตอของสารพิษแกมมา-บิวทิโรแลคโทน เตตราไฮโดรฟูแรน และไดไฮโดร ฟูแรน

ที่ตรวจพบในไวน์มรณะอย่างเต็มที่ โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบต่อยอดขายไวน์ และหากผู้บริโภคกลัวว่าจะได้รับอันตราย ควรเลือกซื้อในสถานที่ที่ไว้ใจได้ อาทิ ถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี ไม่ควรไปซื้อตามร้านขายของชำ หรือตามข้างถนนทั่วไป ส่วนการคัดเลือกไวน์ที่จะเสิร ์ฟในการประชุม เอเปกยังคงเดินหน้าต่อไปโดยมีคณะกรรมการคัดเลือกทำหน้าที่อยู่แล้ว

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายวิโรจน์ สระบัว ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไบโอ-แนชเชอรับ เบเวอร์ริจ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย ไวน์ของบริษัท เชียงราย ไวเนอร์รี่ กรุ๊ป เปิดแถลงข่าวยืน ยันไวน์ปลอมที่ตกเป็นข่าวไม่ได้ผลิตจากบริษัทฯ ล่าสุดจากการตรวจสอบโรงงานใน จ.เชียงรายของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ไม่พบสารเคมีที่เป็นต้นเหตุของไวน์ปลอมดังกล่าว และอนุญาตให้บริษัทฯสามารถผลิตไวน์ได้ต่อไป

ที่ กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบก.ป.และ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน รอง ผกก.3ป. นำทีมสืบสวนเข้าประสานงานกับตร. สันติบาล ตร.ท่องเที่ยว และ ตร.พัทยาเพื่อร่วมกันคลี่คลายคดีดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดย พ.ต.ท. ชัดชัย ได้ประสานงานกับ นายแกรี่ ฟิลลิปส์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูลในการจัดส่งสินค้าจากประเทศไทยเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในสินค้าประเภทไวน์ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีชาวต่างชาติที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยสองคนคือ นายอีริค ซามู เอวสัน ชาวรัสเซีย และ นายแกรี่ ยังไม่ทราบสัญชาติ ทั้งสองคนนั้นเคยส่งไวน์จากประเทศไทยไปอเมริกาทั้งหมด 12 ครั้ง

ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยในการจัดส่งแต่ละครั้ง นายแกรี่ใช้ที่อยู่ตามใบส่งของว่า บริษัท อินเตอร์ ไวน์ เอ็กซ์พอร์ตเตอร์ จำกัด (INTER WINE EXPORTER CO.LTD) ตั้งอยู่เลขที่ 128/5 สุขุมวิทซอย 5 เขตวัฒนา กท. แต่ละเมืองที่นายแกรี่ส่งไวน์ไปมีดังนี้ 1.เวสมินส์เตอร์ 2.ฮันติงตัน ออร์ดูอาร์เต้ แคลิฟอร์เนีย 3.อินเดีย นาโปลิส 4.นอร์ทฟิลด์ นิวเจอร์ซีย ์ 5.แอตแลนตา 6.สตูดิโอ ซิตี้ 7.ซินซิเนติ โอไฮโอ 8.วอชิงตัน ดี.ซี. 9.ฮาร์เซลล์ 10.ชิคาโก 11.ลาสเวกัส 12.อาวา ลอง นิวเจอร์ซีย ์

กระทั่งในครั้งสุดท้ายได้นำไวน์ติดยี่ห้อของไทยพยายามนำส่งไปอีกครั้งโดยผ่านทางบริษัทของ นายนรเศรษฐ์และนางสันทนา 2 ผู้ต้องหา แต่ส่งไม่ได้จึงได้นำคืนกระทั่งได ้นำออกไปแจกจ่ายกระทั่งมีผู้ดื่มเข้าไปจนเสียชีวิตดังกล่าว รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าในการลักลอบส่งสารดังกล่าวไปยังประเทศอเมริกานั้น ที่ผ่านมาได้จับกุมโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรของอเมริกา 2 ครั้ง พบว่ามีการส่งสารชนิดนี้จากประเทศไทย

โดยนำส่งเข้าไปในรูปแบบของยาสระผมบรรจุขวดและคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลจับกุมถึงแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ในการนำเข้า

นอกจากนี้ก็ยังมีรายงานด้วยว่าสารชนิดนี้นั้นมีสรรพคุณเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่รู้จักกันในวงการว่า "เรพ ดรัก" (RAPE DRUG) ส่วนใหญ่ก็จะนำไปใช้ในวงการผู้เสพยาเสพติด ทำให้สงสัยว่าคนร้ายมีวัตถุประสงค์ที่จะลักลอบส่งสารดังกล่าวเข้าประเทศอเมริกาด้วยการจัดส่งในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งในการจัดส่งครั้งนี้คนร้ายพยายามนำส่งในรูปแบบของไวน์บรรจุขวดแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่ง ถูกนำมาแจกจ่ายและเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ด้าน พล.ต.ท.จุมพล มั่นหมาย ผบช.ส. เปิดเผยว่า การสืบสวนได้ความชัดเจนในประเด็นเกี่ยวกับนางสันทนา เรื่องการจัดส่งไวน์ แต่ยังมีอีกหลายจุดในพื้นที่พัทยาที่เป็นแหล่งบรรจุไวน์ชนิดนี้ที่มีสารพิษชนิดเดียวกันอยู่อีก จึงสั่งการให้ตร.สันติบาลไปตรวจยึดเพื่อส่งให้ อย.ตรวจพิสูจน์ "การตรวจ สารในไวน์ พบว่าบางชนิดเป็นสารกระตุ้นสมรรถภาพ ทางเพศของผู้ชาย ทีมีจำหน่ายแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับประเทศไทยมีจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ต มีส่วนผสมของยานอนหลับ เมื่อผสมเข้าไปอาจทำให้เกิดอันตราย ความตั้งใจของผู้จัดส่งเพื่อเป็นยากระตุ้นทางเพศ และสารบางตัวก็ใช้ในงานอุตสาหกรรม เมื่อนำสารทั้ง 2 ชนิดและสารอื่นผสมเข้าไป ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ดื่ม ซึ่งการจัดส่งออกไปขายนอกประเทศอาจเป็นเรื่องความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้จัดส่ง" ผบช.ส.กล่าว.


ข่าวจาก

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์

วันที่ 3 กรกฎาคม 2546


 ส่งบทความหน้านี้ไปให้เพื่อนของคุณ โดยใส่อีเมล์ที่นี่

ถึงคุณ (E-mail) :

จากคุณ (E-mail) :
ข้อความเพิ่มเติม :

หากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจที่มีประโยชน์ต่อคนไทยโดยส่วนรวมและต้องการนำเสนอ กรุณาส่ง E-mail มาที่ webmaster@kapook.com ทีมข่าวของเราจะพิจารณาเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป ขอบคุณครับ

แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอ E-mail มาที่ webmaster@kapook.com © copyright 2003 www.kapook.com Allrights reserved