ด้านภาษาและวรรณกรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถโดดเด่นในด้านภาษา
พระองค์ทรงเจริญวัยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงทรงภาษาฝรั่งเศสและเยอรมันได้เป็นอย่างดี
ต่อมา ทรงตระหนักว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนิยมใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
จึงสนพระราชหฤทัยหันมาทรงศึกษาภาษาอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเข้าถึงพื้นฐานของภาษาและทรงคุ้นเคยในการใช้ภาษานี้ถึงระดับที่ทรงได้ดีเป็นพิเศษ
และยังทรงสนพระราชหฤทัยในการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักนิรุติศาสตร์
เมื่อทรงมีเวลาว่างจะทรงพระอักษรและทรงพระราชนิพนธ์แปลบทความจากวารสารภาษาต่างประเทศ
เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๗ ทรงแปลหนังสือเรื่อง นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ
(A Man Called Intrepid) ของ วิลเลียม สตีเวนสัน เป็นภาษาไทย
ในปีต่อมาทรงแปลหนังสือเรื่อง ติโต (Tito) ซึ่งเป็นชีวประวัติของ
นายพลติโต ประพันธ์โดย ฟิลลิสออติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลือกแปลผลงานของ วิลเลียม สตีเวนสัน
เพราะเป็นเรื่องที่ได้อรรถรสเกี่ยวกับกระบวนการความคิดเห็นและการตัดสินใจของคนโดยละเอียดรวมทั้งแสดงให้เห็นความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของพวกสายลับฝ่ายพันธมิตรระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองที่ไม่เปิดเผยตัว
หรือมองอีกแง่มุมหนึ่งจะเห็นพลังของความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันของฝ่ายพันธมิตร
และความเสียสละอัตตาของตน เพื่อให้บรรลุผลคือความเป็นเอกภาพให้จงได้
นอกจากนี้ ในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง Buddhist Economics พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำสาระบางตอนจากเรื่อง
Small is Beautiful ประพันธ์โดย อี เอฟ ชูมัคเคอร์ มาประกอบ
พระราชนิพนธ์แปลเรื่อง พระมหาชนก เสร็จสมบูรณ์เมื่อพุทธศักราช
๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้จัดพิมพ์ในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ
๕๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๓๙ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจประชาชนผู้มีจิตกุศล
ให้เกิดความคิดในทางสร้างสรรค์ นอกจากนั้น ผู้อ่านยังได้รับอานิสงส์
มีความพากเพียรที่บริสุทธิ์ มีปัญญาเฉียบแหลม และพลานามัยสมบูรณ์
พระปรีชาสามารถที่ทรงใช้ภาษาต่างๆ ได้อย่างเชี่ยวชาญเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมาก
แม้แต่ภาษาสันสกฤตซึ่งเป็นภาษาโบราณและศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูก็ทรงศึกษารอบรู้อย่างลึกซึ้ง
|